รักวิ่ง และรักที่จะกิน (ดี)

ยุคนี้ใครๆก็รักสุขภาพตัวเอง และหนึ่งในการออกกำลังกายที่แสนจะง่ายไม่ต้องมีอุปกรณ์ไดๆให้ยุ่งยาก แค่ใจพร้อม ร่างกายพร้อม ก็ลุยได้เลย นั้นก็คือ การวิ่ง คนที่รักการวิ่งเป็นการออกกำลังที่มีประโยชน์เพราะทั้งเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับร่างกายแล้ว ยังทำให้คุณเผาผลาญไขมันได้เยอะมาก

พอที่จะทำให้คุณลดน้ำหนักลงได้ไว พอๆกับการกระโดดเชือกอย่างต่อเนื่อง อีกด้วย แต่ถึงคุณจะวิ่งให้เยอะมากแค่ไหนเพื่อเผาผลาญไขมัน แต่คุณไม่ได้ใส่ใจการกินอาหารในแต่ละครั้งของคุณ คุณก็จะวิ่งไปเสียแรงเปล่า เพราะมันจะไม่ทำให้คุณผอมหรือน้ำหนักลดลงหรอกนะ 

การที่คุณรักวิ่ง คุณก็ต้องรักที่จะกินดีด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณสามารถทำมันควบคู่กันไปเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับร่างกายของคุณเอง เริ่มง่ายๆเลย โดยคุณต้องเลือก 

เลือก “ไม่อดอาหาร” การอดอาหารอาจทำให้คุณผอมลงแต่ไม่ได้แปลว่าคุณผอมลงแบบสุขภาพดี คุณควรหันมาเลือกกินอาหารที่ดีเพื่อร่างกายของคุณเอง และร่างกายคุณจะไม่รู้สึกถึงการขาดสารอาหารอีกด้วย 

เลือก “กินอาหารดีๆ มีประโยชน์” ไม่ยากเลยเพราะทุกคนรู้กันอยู่แล้ว การกินอาหารดีๆที่มีประโยชน์ คือ การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อย่างเหมาะสม กินโปรตีนให้มากขึ้นเพื่อซ่อมแซมร่างกายที่คุณใช้มันอย่างหนัก กินคาร์โบไฮเดรตพอสมควรเพื่อที่จะให้ร่างกายมีพลังงาน กินไขมันดีเพื่อให้ผิวพรรณดีและไล่ไขมันไม่ดีออกจากร่างกาย กินผักและผลไม้เพื่อร่างกายจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน 

เลือก”กินน้ำให้พอเพียง” หรือก็คือดื่มน้ำให้มากพอต่อร่างการเราที่ต้องการ เพราะในแต่ละวันเราขับน้ำออกจากร่างกายอยู่ตลอดเวลา การที่เรากินน้ำ (ดื่มน้ำ) จะทำให้ร่างกายเราสดชื่นและน้ำยังเป็นตัวล่อเลี้ยงให้เลือดเราไหลหมุนเวียนได้ดีอีกด้วย การที่คุณรักจะวิ่ง คุณรู้อยู่แล้วคุณจะเสียน้ำเป็นจำนวนมาก เพราะขณะที่คุณวิ่งน้ำก็ขับออกมาในรูปแบบเหงื่อตลอดระยะเวลาที่คุณวิ่ง หากคุณไม่ได้จิบน้ำ หรือ ดื่มน้ำมากพอ จะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ และมีโอกาสทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายและตัวคุณเองเป็นอย่างมาก  

แค่คุณรักจะ”วิ่ง” และรักจะเลือก”กิน” แค่นี้คุณก็ทำเพื่อตัวเองมากแล้วจริงๆ เพราะคุณจะมีทั้งร่างกายที่สวยงามแข็งแรง และมีจิตใจที่ผ่องใสจากการได้ออกกำลังกายที่คุณรักและได้กินอาหารที่ดีกับตัวคุณเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  nowbet

มหาลัยกรุงเทพถูกสั่งให้ปิด 14 วันเพื่อทำความสะอาด

มหาลัยกรุงเทพถูกสั่งให้ปิด 14 วันเพื่อทำความสะอาดดังจากไม่พบว่านักศึกษาคนหนึ่งติดเชื้อไวรัสโควิด 19 

ทางโรงเรียนมหาลัยกรุงเทพฯมีนักศึกษาคนหนึ่งได้ติดเชื้อและนักศึกษาคนที่ป่วยเป็นโรคเชื้อไวรัสโควิด 19 ก็ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองติดเชื้อดังนั้นนักศึกษาสาวคนนี้จึงได้ทำการเรียนหนังสือต่อโดยที่เธอไม่รู้ตัวว่าเธอติดเชื้อทำให้เธอได้ทำการแพร่เชื้อกับเพื่อนๆของเธอในห้องเรียนและผมเธอซึ่งหลังจากที่ทางโรงเรียนพบว่ามีเด็กนักเรียนในโรงเรียนเปิดเป็นโรคโควิด 19 ก็ได้ทำการประกาศว่าปิดโรงเรียนกี่วัน

เพื่อทำความสะอาดโรงเรียนให้สะอาดจนนักเรียนสามารถกลับมาเรียนใหม่ได้ซึ่งนักศึกษาหลายๆคนในโรงเรียนที่อยู่ชั้นเดียวกับนักศึกษาสาวคนนั้นก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด 19 มาจากเพื่อนเหมือนกันดังนั้นทางโรงเรียนจึงขอให้เด็กๆที่อยู่ชั้นเดียวกันกับนักศึกษาสาวญี่ปุ่นเชื้อไวรัสโควิด 19 .shกักตัวอยู่ที่บ้านเพื่อที่จะได้สังเกตอาการของตัวเองว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 หรือเปล่าซึ่งทางโรงเรียนมหาลัยกรุงเทพฯปิดมหาลัยในวันที่ 14 เดือนมีนาคมจนถึง 27 เดือนมีนาคมของปีนี้

และในระหว่างที่ทำการปิดโรงเรียนก็จะให้พนักงานฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อตามสถานที่ต่างๆทั่วมหาลัยหลังจากที่ทำการฆ่าเชื้อโรคต่างๆและทำให้มหาลัยสะอาดทุกอาคารแล้วก็จะให้นักศึกษาทุกคนกลับมาเรียนใหม่เหมือนปกติถึงแม้ว่าทางโรงเรียนจะปิดโรงเรียนแต่ทางมหาลัยกรุงเทพก็ทำการสอนนักเรียนผ่านระบบออนไลน์ซึ่งคนที่ติดเชื้อก็สามารถเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้แต่ถ้าเกิดว่าคนที่ไม่ติดเชื้อและถึงเวลาที่โรงเรียนเปิดให้นักเรียนที่ไม่ติดเชื้อกลับไปเรียนได้แล้วก็ต้องกลับไปเรียนใหม่และคนที่ติดเชื้อก็กลับตัวให้ครบและไปรอรับผลตรวจที่โรงพยาบาล

อาการของคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 คือเราจะมีไข้สูงมากเราจะไอและจะจำเยอะและนั่นจะทำให้เรารู้สึกปวดเมื่อยตามเนื้อตัวต่างๆถ้าเกิดว่าใครที่มีอาการนี้แนะนำให้รีบไปที่โรงพยาบาลเพื่อหาผลตรวจว่าเรามีเชื้อไวรัสโควิด 19 หรือไม่ถ้ามีก็ให้ทำการกลับตัวไม่ออกไปไหนแต่ถ้าไม่มีก็ให้กับตัวไปก่อนให้ครบ 14 วันและถ้ายังไม่มีเชื้อไวรัสโควิด 19 ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้เหมือนเดิม

และขอให้คนที่มีอาการถ้าเกิดว่าติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ก็ขอให้บอกกับคนใกล้ตัวและเพื่อนๆของคุณเพื่อที่พวกเขาจะได้ป้องกันอย่างที่คุณก็จะได้รับการรักษาได้ทันเวลาห้ามใช้เหตุผลว่าต้องการจะอยู่กับเพื่อนเราสามารถอยู่กับเพื่อนได้แต่ต้องหลังจากที่เราหายจากการติดเชื้อไว้โควิด 19 แล้วเท่านั้น 

อยากร่างกายแข็งแรงควรทำให้ได้ครบ 9 อย่างต่อไปนี้ 

   เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันของประเทศไทยเรามีทั้งเชื้อไวรัสและฝุ่นละอองซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกิดโรครวมถึงทำให้ร่างกายของเราไม่แข็งแรงดังนั้นวันนี้จึงจะมาแนะนำวิธีการเลือกอาหารการกินว่าเราควรจะกินอะไรเพื่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายของเราสูงสุดไม่ใช่กินตามใจปากอยากกินอะไรก็กินเพราะการกินแบบนั้น

เราอาจจะได้รับสารอาหารไม่ครบ 5 หมู่ตามที่ร่างกายต้องการซึ่งจะมีผลทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอและไม่สามารถต่อสู้กับโรคไวรัสที่กำลังถาโถมเข้ามาหาเราอยู่ในปัจจุบันนี้ได้เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราควรจะเลือกรับประทานหรือควรจะเลือกทำ

  1. แน่นอนว่าข้อแรกคุณต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากไม่น้อยจนเกินไปเพื่อให้สุขภาพร่างกายของคุณแข็งแรงและสารอาหารครบถ้วน
  2. แนะนำในเรื่องของการทานข้าวโดยให้เป็นข้าวกล้องหรือข้าวที่ไม่ขัดสีจะให้ประโยชน์กับคุณมากที่สุดแถมยังช่วยให้คุณไม่อ้วนเกินไปด้วย
  3. คุณควรจะทานผักและผลไม้เพราะจะช่วยให้ร่างกายของคุณได้รับวิตามินและแร่ธาตุรวมถึงยังเข้าไปช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ด้วย
  4. หลีกเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ที่ให้เขาสูงเช่นเนื้อสัตว์ที่ติดไขมันควรเน้นการทานปลาเป็นหลักรวมถึงงดเว้นการทำปลาหมึกเพราะว่ามีคอเลสเตอรอลสูง
  5. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับตัวเองด้วยการดื่มนมทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 แก้วอายุยังน้อยมากๆควรจะมีการดื่มนมวันละหลายแก้วเพื่อให้แคลเซียมเข้าไปเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระดูกการดื่มนมไม่จำเป็นต้องเด็กเท่านั้นผู้ใหญ่ก็สามารถดื่มนมได้เช่นเดียวกัน 
  6. เราไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสจัดไม่ว่าจะเป็นรสเค็มหรือรสเปรี้ยวเพราะจะมีผลทำให้ระบบไตของเราทำงานหนักการรับประทานอาหารที่ดีที่สุดก็คือการรับประทานอาหารรสจืดเพิ่งจะช่วยยืดอายุของเราให้ยาวนานยิ่งขึ้น 
  7. เราไม่ควรงดไขมันจากเนื้อสัตว์ไปเลยซะทีเดียวควรจะมีการกินบ้างแต่กินเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อให้ได้รับพลังงานจากไขมันสัตว์ 
  8. ไม่ควรกินอาหารที่ปรุงไม่สุกหรืออาหารที่ดิบๆสุกๆคนกินอาหารที่ปรุงใหม่ใหม่กำลังร้อนๆจะช่วยให้ร่างกายเราปราศจากเชื้อโรคได้
  9. และสิ่งสุดท้ายที่ควรทำก็คืองดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ของมึนเมาต่างๆเขาไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายของเราเลยรวมถึงงดการสูบบุหรี่

หากคุณทำได้ 9 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นนี้รับรองได้เลยว่าสุขภาพร่างกายของคุณจะดีขึ้นแข็งแรงและสามารถต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บหรือเชื้อโรคต่างๆได้ดีมีอายุที่ยืนยาวอยู่กับลูกกับหลานได้นานเท่านาน

อาการนอนไม่หลับต้องทำอย่างไรดีนะ

วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้หลับสบายขึ้น

หลายๆคนคงจะเคยพบเจอปัญหาเรียน ทำงานเมื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน เวลากลางดึกก็ต้องการจะหลับให้เต็มที่สักหน่อย แม้กระนั้นไม่รู้เพราะอะไรเวลากลางคืนหนังตากลับตึง ไม่อยากนอนหนังตาหย่อนราวกับช่วงเวลาเช้าเลยล่ะ

ขืนเป็นอย่างงี้นานวันเข้าจะเสียการเสียการเสียงงาน เสียสุขภาพจิตเอานะ ถ้าหากอยากนอนหลับสนิทอย่างเดิมมารับมือกับอาการนอนไม่หลับกันเถอะ

เมื่อไหร่จึงเรียกว่านอนไม่หลับ ?

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน จำเป็นต้องขออธิบายให้ทราบว่าการนอนไม่หลับนั้นไม่ใช่โรค แต่ว่านับเป็นปัญหาการนอนที่น้อยเกินไปทำให้เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น โดยบางทีอาจมีผลกระทบต่อหน้าที่ การทำงาน รวมทั้งความเชื่อมโยงต่อคนอื่นๆได้ ซึ่งหลายๆคนก็อาจมีความรู้สึกเมื่อนอนไม่หลับได้หลายรูปแบบ อาทิเช่น นอนหลับยาก จำเป็นต้องใช้เวลานานถึงจะหลับ , นอนหลับไม่สนิท , นอนๆตื่นๆ, นอนเร็วกว่าปกติ , ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น ราวกับไม่ได้หลับ เมื่อเกิดอาการนี้มากๆเข้า หลายๆคนก็หมกมุ่นอยู่กับลักษณะของตนจนกระทั่งไม่เป็นอันทำอะไร

ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการนอนไม่หลับนั้นแบ่งออกได้เป็นหลายแบบ ขึ้นกับช่วงเวลา ดังต่อไปนี้ ..

-การนอนไม่หลับแบบชั่วคราว

-การนอนไม่หลับแบบเป็นๆหายๆ

-การนอนไม่หลับแบบเรื้อรัง

การนอนไม่หลับทำให้เกิดผลเสียยังไง ?

-คุณภาพชีวิตที่ดีลดลง

-อัตราของการขาดงานมากขึ้น

-ความสามารถสำหรับเพื่อการทำงานน้อยลง

-ความสามารถสำหรับในการดำเนินชีวิตน้อยลง

-บางทีอาจเกิดประสบอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งมีรายงานว่า ถ้าหากขับขี่รถ โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุจะเพิ่มสูงมากขึ้นถึง 2.5 เท่า

-มีการใช้บริการทางแพทย์สูงขึ้น สาเหตุจากปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ อย่างเช่น ปวดหัว เหน็ดเหนื่อย เฉื่อยชา รู้สึกไม่สดชื่น หงุดหงิด ขาดสมาธิ ฯลฯ

-การนอนไม่หลับ ในผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคที่เกิดขึ้นทางจิตเวช มีรายงานพบว่าบางทีอาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นซ้ำอีก รวมทั้งมีโอกาสเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นในคนป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าด้วย

สิ่งที่ทำให้เกิดการนอนไม่หลับ

สิ่งที่ทำให้เกิดการนอนไม่หลับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตใจ (Psychologic Causes of Insomnia) จากการเก็บข้อมูลพบว่าผู้ป่วยที่มีลักษณะอาการนอนไม่หลับส่วนมากมักเกิดขึ้นจากอาการที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อเรื่องของจิตใจ อาทิเช่น โรคเครียด โรคซึมเศร้า โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้ถึงจำนวนร้อยละ 70 จะมีลักษณะอาการนอนไม่กลับเป็นอาการหลักๆ

 

สนับสนุนโดย  entaplay

อาหารที่กินตอนเช้าที่ดีต่อสมองของคุณ

อาหารควรหามากินตอนเช้าดีต่อสมองของคุณสามารถช่วยปลุกสมองของคุณหากได้ลองแล้วตื่นตัว

ตื่นเช้าแล้วมีอาการมึนอึนหน่อยๆต้องลองกินอาหารเช้าต่อไปนี้ซักทีและชีวิตจะดีสมองจะตื่นตัวถ้ามื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญคุณไม่รู้ว่าจะกินอะไรเพื่อปลุกให้ร่างกายตื่นตัวช่วยกระตุ้นสมองให้พร้อมทำงานและเติมท้องให้อิ่มแบบได้คุณค่าทางสารอาหารวันนี้เรามีอาหารที่เหมาะกับสุขภาพดังต่อไปนี้มาฝากคุณรับลองว่ากินเข้าไปแล้วตาสว่างสมองตื่นความง่วงหายไปอย่างไม่รู้ตัวจะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

1 น้ำเปล่าเครื่องดื่มอย่างแรกที่อยากให้ตกถึงท้องก่อนใครก็คือน้ำเปล่านี่เอง

เพราะขณะที่ร่างกายของเรานั้นนอนหลับ6ถึง8ชั่วโมงเราจะไม่ได้ดื่มน้ำเลยดังนั้นเพื่อเติมน้ำให้เซลล์อวัยวัยวะต่างๆภายในร่างกาย น้ำเปล่าก็ควรเป็นสิ่งที่เติมเต็มเป็นอันดับแรกแล้วเชื่อเถอะว่าหลังจากที่ได้ดื่มน้ำเข้าไปซักแก้วแล้วจะรู้สึกสดชื่นตื่นตัวขึ้นมาทันที

2 น้ำมะนาว

สำหรับคนที่ตื่นมาแล้วเพลียหนักมากดื่มน้ำเปล่าเพรียวอาจจะไม่พอ ต้องเป็นน้ำมะนาวอุ่นๆซักแก้วหรือจะบีบมะนาวลงไปในน้ำเปล่าซักครึ่งซีกก็ได้กลิ่นซีตรัสของมะนาวจะช่วยปลุกความสดชื่นให้สมองส่วนน้ำก็จะช่วยขับไล่ความอ่อนเพลียให้หมดไป

3 ไข่

ไข่ที่กินมื้อไหนก็อร่อยแต่หากกินไข่เป็นอาหารเช้าก็จะได้ประโยช์นในการบำรุงสมองที่อื่นๆให้ตื่นตัวขึ้นด้วย เนื่องจากไข่มีกดไขมันโอเมก้า3และโปรตีนนอกจากนี้ไข่ไก่หนึ่งฟองยังมีโคลีนซึ่งเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์อเยื่อหุ้มสมองมากถึง20%ส่งผลให้สมองและระบบประสาทแข็งแรงพร้อมทั้งทำกิจกรรมต่างๆอย่างตื่นตัวโดยยื่นยันให้มั่นใจอีกทีด้วยผลการศึกษาในวรสารโอเบซิตี้ที่พบว่าคนที่กินไข่ไก่เป็นมื้อเช้าจะรู้สึกตื่นตัวและพร้อมทำกิจกรรมต่างๆมากกว่าคนที่ได้กินอาหารชนิดอื่นๆที่ให้พลังงานเท่ากันอย่างเช่นขนมปังเบเกอร์เป็นต้น 

4 กล้วย

กล้วยเป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ร่างกายนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นกลูโคสเพื่อให้พลังงานแก่เซลล์อและอวัยวัยวะต่างโดยเฉพาะเซลล์สมองได้ทันทีอีกทันในกล้วยหนึ่งผลยังเต็มไปด้วยวิตามินบีสอง บีสาม แม๊กนีเซียมที่สามารถฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าได้อีกต่างหากดังนั้นหากมีเวลาจำกัดต้องรีบเร่งพกกล้วยน้ำว่าซีกหนึ่งถึงสองผลไปกินเป็นมื้อเช้าได้เลย

5 ข้าวโอ๊ต

โฮลเกรน  โฮลวีท ข้าวและธัญพืชไม่ขัดสรกลุ่มนี้มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนให้แป้งเปลี่ยนแปรงไปเป็นกลูโคสได้เหมือนกันแต่ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือ นอกจากจะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนให้ร่งกายรู้สึกอิ่มได้นานแล้วธัญพืชเหล่านี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นวัถุดิบหลักของประสาทและสมองช่วยให้อวัยวัยวะและเซลล์อในร่างกายตื่นตัวส่วนคาร์โบไฮเดรตที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลก็ช่วยให้ร่างกายสดชื่นด้วยเหมือนกัน

 

สนับสนุนโดย  rb88

ความสำคัญในการนอน นอนอย่างไรให้ถูกวิธี

นอนอย่างไรให้สุขภาพดีการนอนหลับมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพร่างกายอย่างไร

ประการแรกเลยการนอนหลับจะเป็นช่วงที่กลไกธรรมชาติที่ทำให้ร่างการของเรานั้นได้พักผ่อนเพราะฉะนั้นเซลล์ทุกเซลล์ของร่างกายและก็อวัยวัยวะทุกอวัยวัยวะของร่างกายจะได้พักการรับข้อมูลและเป็นช่วงที่ร่างกายนั้นได้พักผ่อนและยังได้ซ่อมแซมตัวเอง บทบาทที่2ก็คือในการนอนหลับนั้นจะช่วยให้ได้มีการเผาผลาญและก็ระบบการใช้พลังงานกับการเผาผลาญไขมันในร่างกายนั้นให้เป็นปกติ และส่วนของบทบาทที่3ก็คือ เรื่องของการปรับสมดุลฮอร์โมนสำหรับในการนอนนั้นในมีการใช้ฮอร์โมนอยู่หลายตัวหลั่งออกมาในขณะที่เรานั้นได้นอนหลับ

และเพราะฉะนั้นถ้าเรานั้นได้นอนหลับอย่างที่ถูกวิธีแล้วและก็นอนให้ได้คุณภาพฮอร์โมนในแต่ละตัวนั้นมันก็จะทำงานและประสานงานกันและก็จะทำให้ในส่วนที่มันเป็นระบบอยู่ในร่างกายของเรานั้นไม่ลวนไม่แปรปรวนและก็เป็นไปตามกลไกธรรมชาติขอร่างกายนั้นเองและในเรื่องสุดท้ายจะเป็นเรื่องของระบบสมองในช่วงที่เรานั้นได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพนั้นสมองเองก็จะได้หยุดรับข้อมูลและก็ได้จับเรียงข้อมูลที่ได้รับกันมาในแต่ละวันนั้นให้ได้เข้าสู่ลิ้นชักสมองอย่างเป็นหมวดหมู่และมันจะสามารถทำให้ความจำของเรานั้นดีขึ้นนั่นเองและก็ในสำหรับวันต่อไปเราก็สามารถที่จะเรียนรู้และจะทำให้เรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

การนอนที่ผิดวิธีที่หลายคนไม่รู้ตัวคืออย่างไร?

โดยปกติแล้วคนเรามักจะเข้านอนในช่วงประมาณ3ทุ่มถึง5ทุ่มและก็จะตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาประมาณ6โมงเช้าแต่ว่าคนส่วนใหญ่เหล่านี้ส่วนมากจะผิดเวลาผิดวิธีในการนอนพักผ่อนโดยเฉพาะเด็กๆมักที่จะชอบติดเกมติดอินเตอร์เน็ตหรือว่าถ้าเป็นในวัยทำงานก็จะทำงานแล้วก็จะลากยาวไปจนถึงในช่วงเวลาเช้าและก็ไปเข้านอนเอาตอนเช้าถึงแม้ว่าจำนวนชั่วโมงในการนอนนั้นมันจะเท่ากันระหว่างนอนกลางคืนและนอนกลางวันแต่ว่าคุณภาพในการนอนนั้นมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงและในส่วนประการที่2นั้นก็เจอได้บ่อยไม่แพ้กันเลยก็คือการกินอาหารมื้ดึกหรือการกินอาหารก่อนเข้านอนคือประมาณ3ชั่วโมงก่อนเข้านอนเพราะว่าเวลาที่เรานั้นได้กินอาหารเข้าไปมันก็จะมีการหลั่งฮอร์โมนหลั่งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับระบบการย่อยแต่ว่าในเวลาที่เรานั้นเข้านอนฮอร์โมนอีกตัวหนึ่งก็จะต้องหลั่งออกมาเพราะฉะนั้นเวลาสองตัวนี้มาเจอกันมันก็จะตีกันซึ่งมันจะทำให้เกิดระบบในการทำงานของกันละกัน

กินโยเกิร์ตกับอะไรดีถ้าต้องการสุขภาพดีคูณสอง

เชื่อว่าหลายคนกินโยเกิร์ตเพื่อความหิวเพราะมันอร่อยและยังมีอีกหลายคนกินโยเกิร์ตเพื่อช่วยให้สามารถผอมลงมาได้แต่การกินโยเกิร์ตอย่างเดียวอาจจะได้ประโยชน์ไม่ค่อยมากนักดังนั้น

วันนี้เราจะมาแนะนำสูตรว่าควรจะกินโยเกิร์ตผสมกับอะไรดีถึงจะทำให้เราได้ประโยชน์จากโยเกิร์ตเต็มที่แบบคุณสอง

  • กินกรีกโยเกิร์ตกับมะนาวหากใครกินสุดนี้ขอบอกเลยเลยว่าจะช่วยระบบการขับถ่ายได้ดีอย่างมากอีกทั้งยังช่วยเรื่องของการเผาผลาญรวมถึงกระตุ้นการเผาผลาญซึ่งวิธีการทำเพียงแค่คุณเลือกกรีกโยเกิร์ตที่เป็นรสธรรมชาติและเป็นชนิดที่มีไขมัน 0% เสร็จแล้วเอามะนาวมาหนึ่งลูกพามะนาวแล้วบีบมะนาวเอาน้ำสุดสุดของมะนาวผสมลงไปในกรีกโยเกิร์ตแค่นี้คุณก็จะได้วิตามินซีจากมะนาวและแคลเซียมจากกรีกโยเกิร์ต 
  • การกินกรีกโยเกิร์ตรวมกับบลูเบอรี่และวอลนัท สูตรนี้คุณจะได้โปรตีนจากทั้งสามแหล่งอาหารที่เรานำมาผสมกันและยิ่งใครที่ไม่ค่อยชอบทานเนื้อสัตว์แต่ต้องการอาหารประเภทโปรตีนเยอะการกินกรีกโยเกิร์ตเลยด่วนนะจะช่วยเพิ่มแหล่งโปรตีนให้กับร่างกายได้รวมถึง หากเรากินกรีกโยเกิร์ตสมกับบลูเบอรี่จะทำให้คุณอิ่มท้องและยังได้โปรตีนเอาไว้ใช้ในร่างกายเยอะอีกด้วย
  • การกินกรีกโยเกิร์ตกับกล้วยหอมสำหรับสูตรนี้จะเหมาะกับคนที่ชอบออกกำลังกายเพราะสุดนี้จะไปช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อที่อ่อนล้าจากการออกกำลังกายหนักหนักดังนั้นการกินกรีกโยเกิร์ตผสมกล้วยหอมซึ่งอาจจะหันเป็นกล้วยชิ้นชิ้นแล้วกินกับกรีกโยเกิร์ตธรรมดาก็ได้หรือจะนำทั้งกล้วยและกรีกโยเกิร์ตมาปั่นรวมกันก็ได้เมื่อกินแล้วจะช่วยหายจากการเหนื่อยล้าได้ทันที
  • การกินกรีกโยเกิร์ตรวมกับผลไม้สดแน่นอนอยู่แล้วว่าสูตรนี้เป็นสูตรพื้นฐานที่ใครใครก็กินกันบ่อยสามารถกินได้ทั้งกลับองุ่น, แอปเปิ้ล, ฝรั่ง, ส้มหรือแม้แต่แก้วมึงก่อนก็ได้การกินโยเกิร์ตกับผลไม้เหล่านี้จะช่วยได้ดีมากสำหรับคนที่มีปัญหาท้องผูกเพราะผลไม้ดังกล่าวจะมีไฟเบอร์สูงส่วนกรีกโยเกิร์ตก็มีโพรไบโอติกส์รวมถึงยังมีโปรตีนที่จะช่วยรักษาอาการท้องผูกได้ดี
  • การกินกรีกโยเกิร์ตกับน้ำเชื่อมขิง อย่างที่ทราบกันดีว่าขิงเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่งที่ช่วยขับลมและยังช่วยในเรื่องของระบบการย่อยของกระเพาะอาหารได้ดีอีกด้วยดังนั้นหากเรานำทั้งกรีกโยเกิร์ตและนำประโยชน์จากขิงมาผสมกันเราก็จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการกินร่วมกันในครั้งนี้